เกร็ดความรู้ต่าง ๆ คงจะเป็นประโยชน์กับสหกรณ์

 


ความหมายของคำว่าหนี้

คำว่าหนี้ตาม ปพพ.ไม่ได้หมายความเฉพาะหนี้ที่จะต้องชำระกันตามสัญญากู้ยืมเท่านั้น กล่าวคือ อาจจะเป็นหนี้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรืองดเว้นกระทำการใดอย่างหนึ่ง หรือส่งมอบทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งไม่เกี่ยวกับการชำระเงินตามสัญญากู้ยืมก็ได้
ปพพ.ฉบับปัจจุบัน ไม่ได้ให้คำวิเคราะห์ศัพท์คำว่า"หนี้"เอาไว้ ซึ่งบทบัญญัติในมาตรา 194 บัญญัติว่า "ด้วยอำนาจแห่งมูลหนี้ เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิจะเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ อนึ่ง การชำระหนี้ต้องงดเว้นการอันใดอันหนึ่งก็ย่อมทำได้"
มาตรา 194 บัญญัติถึงเฉพาะเรื่องอำนาจ สิทธิ และหน้าที่ของเจ้าหนี้และลูกหนี้เท่านั้น ไม่ได้บัญญัติไว้เลยว่าหนี้คืออะไร ดังนั้นนักกฎหมายจึงได้ให้คำนิยามของคำว่าหนี้ไว้ดังนี้
"หนี้" คือความผูกพันในทางกฎหมายระหว่างบุคคลสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเรียกว่าเจ้าหนี้มีความชอบธรรมที่จะบังคับบุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่าลูกหนี้ ให้จำต้องส่งมอบทรัพย์สิน กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้
ลักษณะสำคัญของหนี้
หนี้ตามความหมายดังกล่าวมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ
1. ต้องมีเจ้าหนี้และลูกหนี้ หมายความว่าหนี้หรือสิทธิเหนือบุคคลนี้ต้องมีบุคคลสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิ อีกฝ่ายหนึ่งตกอยู่ในหน้าที่จำต้องชำระหนี้ บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายในหนี้นั้นอาจจะเป็นบุคคลสองคนหรือกว่านั้นขึ้นไปก็ได้ กล่าวคือ ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นเรื่องผูกพันระหว่างบุคคลสองคนเท่านั้น อาจมีบุคคลหลายคนเป็นเจ้าหนี้ร่วมอยู่ฝ่ายหนึ่ง และมีบุคคลหลายเป็นลูกหนี้ร่วมอยู่อีกฝ่ายหนึ่งก็ได้ ซึ่งบุคคลดังกล่าวนี้อาจจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้
2. ต้องมีความผูกพันกันในทางกฎหมายอันก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ในเรื่องหนี้ ในบางกรณีก็เป็นความผูกพันที่ก่อให้เกิดประโยชน์แลกเปลี่ยนต่างตอบแทนซึ่งกันและกันในระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ เช่น สัญญาซื้อขาย แลกเปลี่ยน เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ จ้างแรงงาน จ้างทำของ เป็นต้น
3. ต้องมีวัตถุแห่งหนี้
วัตถุแห่งหนี้คือ ข้อกำหนดที่ลูกหนี้จะต้องปฏิบัติการชำระหนี้แก่เจ้าหนี้อย่างไร ซึ่งมีอยู่ 3 ประเภท คือ
1. กระทำการ
2. งดเว้นกระทำการ
3. โอนกรรมสิทธิ์ส่งมอบทรัพย์สิน