เกร็ดความรู้ต่าง ๆ คงจะเป็นประโยชน์กับสหกรณ์

 


ความหมายของคำว่า "ค้ำประกัน"

ตามปพพ. มาตรา 680 ได้บัญญัติไว้ว่า อันว่าค้ำประกันนั้นคือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น
อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่
ซึ่งอธิบายได้ว่า
1. ค้ำประกันเกิดขึ้นโดยสัญญา คำว่าสัญญาในที่นี้หมายความว่ามีบุคคล 2 ฝ่ายแสดงเจตนาตรงกันเพื่อจะก่อนิติสัมพันธ์ขึ้น ดังนั้น สัญญาค้ำประกันจึงเป็นการแสดงเจตนาของผู้ค้ำประกันกับเจ้าหนี้ ส่วนคำว่า "บุคคลภายนอกคนหนึ่ง" และ "เจ้าหนี้คนหนึ่ง" นั้น มิได้หมายความว่าบุคคลภายนอกและเจ้าหนี้ต้องมีเพียงหนึ่งคน เพราะในมาตรา 682 วรรค 2 ยอมให้มีบุคคลหลายคนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันได้ ฝ่ายเจ้าหนี้ก็มีหลายคนได้แม้จะเป็นหนี้รายเดียวกัน ทั้งนี้เพราะในบรรพ 2 บัญญัติให้มีเจ้าหนี้หลายคนในหนี้รายเดียวกันได้ หรือที่เรียกว่าเจ้าหนี้ร่วม
2. ผู้ค้ำประกันต้องเป็นบุคคลภายนอก บุคคลภายนอกในที่นี้หมายถึงบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหนี้และลูกหนี้ และก่อนที่จะมีการค้ำประกันนั้นมีหนี้ระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้อยู่ก่อนแล้ว หนี้นั้นเรียกว่าหนี้ประธาน ส่วนหนี้ระหว่างผู้ค้ำประกันกับเจ้าหนี้เรียกว่าหนี้อุปกรณ์ บุคคลภายนอกต้องเข้ามาทำสัญญาผูกพันตนเองต่อเจ้าหนี้ว่า ตนจะชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้
3. เมื่อมีสัญญาค้ำประกันที่สมบูรณ์ขึ้นมา ก็จะมีหนี้อยู่ 2 อย่างคือ หนี้ประธาน (ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้) และหนี้อุปกรณ์ (ระหว่างเจ้าหนี้กับผู้ค้ำประกัน) ปัญหามีว่า วัตถุที่ใช้ในการชำระหนี้ต้องเป็นอย่างเดียวกันหรือไม่ ต้องทราบเสียก่อนว่าวัตถุแห่งหนี้มี 3 ประเภท คือ กระทำการหนึ่ง งดเว้นกระทำการหนึ่ง และโอนกรรมสิทธิ์ส่งมอบทรัพย์อีกประการหนึ่ง ถ้าวัตถุที่ประสงค์แห่งหนี้เป็นเงินย่อมไม่มีปัญหา เพราะในสัญญาค้ำประกันย่อมกำหนดเป็นตัวเงินได้เช่นเดียวกัน แต่การที่ต้องกระทำการ งดเว้นกระทำการ โดยกำหนดจากความสามารถของผู้กระทำ หรือในกรณีที่คนอื่นจะทำแทนลูกหนี้ไม่ได้เลย ในกรณีเช่นนี้ก็ต้องกำหนดในสัญญาค้ำประกันไว้ว่า ถ้าลูกหนี้ไม่ทำหรือไม่งดเว้น ลูกหนี้ต้องชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้สัญญาค้ำประกันก็เกิดมีขึ้นได้ โดยที่ผู้ค้ำประกันสัญญากับเจ้าหนี้ว่าจะชำระเงินแทนลูกหนี้เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ วัตถุแห่งหนี้ที่เป็นการโอนกรรมสิทธิ์ส่งมอบทรัพย์ก็เช่นกัน สามารถกำหนดเป็นจำนวนเงินได้ แล้วมีการค้ำประกันการชำระหนี้นั้นอีกทีหนึ่ง