เกร็ดความรู้ต่าง ๆ คงจะเป็นประโยชน์กับสหกรณ์

 


ในเรื่องระยะเวลา อายุความนั้นจะขอแบ่งอธิบายเป็น 2 ส่วน คือ

๑. ระยะเวลา
๒. อายุความ
๑. ระยะเวลา
ระยะเวลา หมายถึง ช่วงของเวลาที่อาจกำหนดเป็นวัน สัปดาห์ เดือน ปี หรือชั่วโมงก็ได้1
วิธีนับระยะเวลา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙๓/๑ บัญญัติว่า “การนับระยะเวลาทั้งปวง ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งลักษณะนี้ เว้นแต่จะมีกฎหมาย คำสั่งศาล ระเบียบ ข้อบังคับ หรือนิติกรรมกำหนดอย่างอื่น” จากบทบัญญัติดังกล่าว พอสรุปได้ดังนี้ คือ การนับระยะเวลาหลักให้นับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพที่ ๑ ลักษณะที่ ๕ ยกเว้นในกรณีที่มีกฎหมาย คำสั่งศาล ระเบียบ ข้อบังคับ หรือนิติกรรม ได้กำหนดไว้ก็ให้นับตามนั้น
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๙๔๒ / ๒๕๔๕
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีการนับระยะเวลาไว้เป็นพิเศษ การนับระยะเวลาอันเป็นบทบัญญัติทั่วไป
การคำนวณระยะเวลา
๑. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙๓ / ๒ บัญญัติว่า “การคำนวณระยะเวลา ให้คำนวณเป็นหน่วยวัน แต่ถ้ากำหนดเป็นหน่วยเวลาที่สั้นกว่าวัน ก็ให้คำนวณตามหน่วยเวลาที่กำหนดนั้น” ตามมาตรานี้ได้กำหนดการคำนวณระยะเวลาโดยให้คำนวณเป็นวัน หรือคำนวณตามหน่วยของเวลาที่สั้นกว่าวันตามที่ได้กำหนดไว้ เช่น เป็นชั่วโมง
๒. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙๓ / ๕ บัญญัติว่า “ถ้ากำหนดระยะเวลาเป็นสัปดาห์ เดือนหรือปี ให้คำนวณตามปีปฏิทิน
ถ้าระยะเวลามิได้กำหนดนับแต่วันต้นแห่งสัปดาห์ วันต้นแห่งเดือนหรือปี ระยะเวลาย่อมสิ้นสุดลงในวันก่อนหน้าจะถึงวันแห่งสัปดาห์ เดือนหรือปีสุดท้ายอันเป็นวันตรงกับวันเริ่มระยะเวลานั้น ถ้าในระยะเวลานับเป็นเดือนหรือปีนั้นไม่มีวันตรงกันในเดือนสุดท้าย ให้ถือเอาวันสุดท้ายแห่งเดือนนั้นเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลา” ให้คำนวณตามปีปฏิทิน ในกรณีที่ระยะเวลาได้กำหนดไว้เป็นสัปดาห์ เดือนหรือปี
๓. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙๓ / ๖ บัญญัติว่า “ถ้าระยะเวลากำหนดเป็นเดือนและวันหรือกำหนดเป็นเดือนและส่วนของเดือน ให้นับจำนวนเดือนเต็มก่อนแล้วจึงนับจำนวนวันหรือส่วนของเดือนเป็นวัน
ถ้าระยะเวลากำหนดเป็นส่วนของปี ให้คำนวณส่วนของปีเป็นเดือนก่อนหากมีส่วนของเดือนให้นับส่วนของเดือนเป็นวัน
การคำนวณส่วนของเดือนตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ถือว่าเดือนหนึ่งมีสามสิบวัน” แยกอธิบายได้เป็นวรรคดังนี้
วรรคแรก : ให้คำนวณเป็นเดือนเต็มเดือนก่อน แล้วค่อยคำนวณเป็นวัน ในกรณีที่ระยะเวลากำหนดเป็นเดือนและวัน
วรรคสอง : ในกรณีที่ระยะเวลาได้กำหนดไว้เป็นส่วนของปี ให้คำนวณเดือน ส่วนที่เหลือของเดือนให้คำนวณเป็นวัน
วรรคสาม : ในกรณีของการคำนวณส่วนของเดือน ตามวรรคแรกและวรรคที่สองให้คำนวณว่าเดือนหนึ่งมีสามสิบวัน
๒. อายุความ
อายุความ หมายถึง ความระงับแห่งสิทธิเพราะผลของการที่ผู้ทรงสิทธิไม่ใช้สิทธ์เรียกร้องของตนเป็นเวลานานกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือจะกล่าวให้เข้าใจโดยง่าย ก็คือ อายุความ หมายถึง กำหนดเวลาในการเป็นความกัน หรือกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับการฟ้องร้องหรือการใช้สิทธิเรียกร้อง1
กำหนดอายุความ
ในเรื่องกำหนดอายุความนั้นสามารถแยกพิจารณาดังนี้
๑. อายุความตามสิทธิเรียกร้องทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙๓ / ๓๐ บัญญัติว่า “อายุความนั้น ถ้าประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนดสิบปี” คือ เมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะแล้วอายุความมีกำหนด ๑๐ ปี
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๓๐๓ / ๒๕๔๕
การที่บุคคลภายนอกยอมผูกพันตนว่าจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้แทนลูกหนี้นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มิใช่การรับสภาพหนี้เป็นแต่เพียงสัญญาที่เกิดจากความสมัครใจที่บังคับได้ และเมื่อได้มีกฎหมายกำหนดอายุความโดยเฉพาะจึงมีอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓ / ๓๐
๒. อายุความตามสิทธิเรียกร้องเฉพาะเรื่อง สามารถแยกพิจารณาได้ ๓ กรณี คือ กรณีอายุความมีกำหนด ๑๐ ปี ๕ ปี และ ๒ ปี
๒.๑ อายุความกำหนด ๑๐ ปี แยกได้ ๒ กรณี คือ
ก.อายุความสำหรับสิทธิเรียกร้องของรัฐที่จะเรียกเอาค่าภาษีอากร ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๑๙๓ / ๓๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ข.อายุความสำหรับสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดหรือโดยสัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องเดิม จะมีกำหนดอายุความเท่าใด ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙๓ / ๓๒
คำพิพากษาฎีกาที่ ๕๕๙๖ / ๒๕๔๓
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลูกหนี้กับพวกชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ สิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้มีต่อลูกหนี้เป็นสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุด มีอายุความ ๑๐ ปี ตามมาตรา ๑๙๓ / ๓๒ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
๒.๒ อายุความมีกำหนด ๕ ปี สำหรับสิทธิเรียกร้องดังนี้
(ก) ดอกเบี้ยค้างชำระ
(ข) เงินที่ต้องชำระเพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ
(ค) ค่าเช่าทรัพย์สินค้างชำระ
(ง) เงินค้างจ่าย คือ เงินด่วน เงินปี เงินบำนาญ เป็นต้น
(จ) สิทธิเรียกร้องตามมาตรา ๑๙๓ / ๓๒ (๑) (๒) และ (๕) ที่ไม่อยู่ในบังคับอายุความของปี ตามมาตรา ๑๙๓ / ๓๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๙ / ๒๕๔๔
หลังจากที่บัญชีเดินสะพัดสิ้นสุดลงแล้ว โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ตกลงกันมาตั้งแต่แรกจากเงินต้นที่ค้างชำระในวันดังกล่าว จนกว่าจะชำระเสร็จแต่จะเรียกดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกิน ๕ ปีไม่ได้ เพราะขาดอายุความตามมาตรา ๑๙๓ / ๓๓ (๑) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
๒.๓ อายุความมีกำหนด ๒ ปี สำหรับสิทธิเรียกร้องให้ชำระค่าจ้างจึงมีอายุความ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙๓ / ๓๔
คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๐๑ / ๒๕๔๕
การว่าจ้างให้พิมพ์หนังสือเป็นเรื่องจ้างทำของสิทธิเรียกร้องให้ชำระค่าจ้างจึงมีอายุความ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓ / ๓๔
คำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๙๒ / ๒๕๔๕
ผู้ที่จัดให้มีบริการโทรศัพท์และเรียกเก็บเงินประกอบธุรกิจ ใช้บริการโทรศัพท์ถือเป็นผู้ประกอบธุรกิจในการรับทำงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันพึงได้ในการนั้น สิทธิเรียกร้องค่าใช้บริการโทรศัพท์จึงมีอายุความ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙๓ /๓๔
อายุความมีกำหนด ๒ ปี นอกจากกรณีดังกล่าวมาแล้วยังมีอีกกรณีหนึ่งคือกรณีตามมาตรา ๑๙๓ /๓๕

สำหรับสิทธิเรียกร้องที่เกิดจากการที่ลูกหนี้รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือโดยการให้ประกัน
การเริ่มนับอายุความ1
๑. สำหรับสิทธิเรียกร้องทั่วไป
๑.๑ สำหรับเรียกร้องให้กระทำการ ให้เริ่มนับตั้งแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ตามมาตรา ๑๙๓ / ๑๒
๑.๒ สิทธิเรียกร้องให้งดเว้นกระทำการ เริ่มนับตั้งแต่เวลาแรกที่ฝ่าฝืนกระทำการนั้น ตามมาตรา ๑๙๓ / ๑๒
๒. สำหรับสิทธิเรียกร้องที่จะต้องมีการบอกกล่าวให้ชำระหนี้ก่อน ตามมาตรา ๑๙๓ / ๑๓
๒.๑ ให้เริ่มนับอายุตั้งแต่เวลาแรกที่อาจทวงถามได้เป็นต้นไป
๒.๒ แต่ถ้าลูกหนี้ยังไม่ต้องชำระหนี้ จนกว่าระยะเวลาหนึ่งจะได้ล่วงพ้นไปแล้ว นับแต่เวลา ที่ได้ทวงถามนั้นให้เริ่มนับอายุความตั้งแต่ระยะเวลานั้นได้สิ้นสุดลง
๓. สำหรับสิทธิเรียกร้องที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นพิเศษ เช่น มาตรา ๔๑๙ มาตรา ๔๔๘ มาตรา ๔๗๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นต้น
อายุความสะดุดหยุดลง
๑. สาเหตุของการที่อายุความสะดุดหยุดลง
อายุความสะดุดหยุดลงเกิดจากกรณีดังต่อไปนี้
(ก) ลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ตามสิทธิเรียกร้องโดยทำเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ให้ ชำระหนี้ให้บางส่วน ชำระดอกเบี้ย ให้ประกัน หรือกระทำการใด ๆ อันปราศจากข้อสงสัยแสดงให้เห็นเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพหนี้ตามสิทธิเรียกร้อง มาตรา ๑๙๓ / ๑๔ (๑)
(ข) เจ้าหนี้ฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้อง หรือเพื่อให้ชำระหนี้ มาตรา ๑๙๓ / ๑๔ (๒)
(ค) เจ้าหนี้ได้ยืนยันคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย มาตรา ๑๙๓ / ๑๔ (๓)
(ง) เจ้าหนี้ได้มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา มาตรา ๑๙๓ / ๑๔ (๔)
(จ) เจ้าหนี้ได้กระทำการอื่นใด อันมีผลเป็นอย่างเดียวกันกับการฟ้องคดี มาตรา ๑๙๓ / ๑๔ (๕)
๒. ผลของการที่อายุความสะดุดหยุดลง
เมื่ออายุความสะดุดหยุดลงแล้ว ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนอายุความสะดุดหยุดลงไม่นับเข้าในอายุความ เมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดเวลาใด ให้เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เวลานั้นตามมาตรา ๑๙๓ / ๑๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์